หน้าแรก ราคา พาร์ทเนอร์ ติดต่อเรา
ทดลองใช้งานฟรี
รู้หรือไม่? VAT 0% กับ Non VAT ต่างกันที่ตรงไหน? มีผลต่อการบัญชีอย่างไรบ้าง

รู้หรือไม่? VAT 0% กับ Non VAT ต่างกันที่ตรงไหน? มีผลต่อการบัญชีอย่างไรบ้าง

20/08/2026
สรุปประเด็นสำคัญ
  • VAT 0% อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ขายไม่ต้องเก็บภาษีจากผู้ซื้อ แต่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อได้ตามปกติ (เช่น ธุรกิจส่งออก)
  • Non VAT (ยกเว้น VAT) อยู่นอกระบบภาษี ไม่ต้องเก็บภาษีจากผู้ซื้อ และไม่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อ โดยภาษีซื้อจะถูกบันทึกเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายแทน
  • ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ "สิทธิ์ในการขอคืนภาษีซื้อ" ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดของธุรกิจ
  • ผู้ประกอบการต้องแยกแยะให้ถูกต้องเพื่อยื่นแบบภาษี (ภ.พ.30) และออกใบกำกับภาษีได้ถูกต้องตามกฎหมายสรรพากร

หลายคน อาจเคยสับสนระหว่าง “VAT ในอัตราร้อยละ 0” กับ “การไม่มี VAT หรือยกเว้น VAT” เพราะเมื่อมองผ่านๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองกรณีมีความหมาย สิทธิหน้าที่ และวิธีการปฏิบัติที่ แตกต่างกันอย่างมาก หากเข้าใจผิด อาจทำให้เสียสิทธิ์ในการขอคืนภาษี หรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขจนเกิดปัญหาตามมาได้ ในบทความนี้ เราจะมาดูความแตกต่างทั้งสองแบบอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง

1. ความหมายเบื้องต้น

VAT 0% (ภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 0)

คือ สินค้าหรือบริการที่ ยังคงอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่กฎหมายกำหนดให้เรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 0 แทนที่จะเป็นร้อยละ 7 ปกติ หมายความว่า ผู้ซื้อไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ผู้ขายยังคงมีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อที่จ่ายไป ได้ตามปกติ

ส่วนใหญ่ใช้กับ การส่งออกสินค้า การส่งออกบริการ การขายให้แก่หน่วยงานต่างประเทศ หรือกิจกรรมที่กฎหมายระบุไว้โดยเฉพาะ

  • ผู้ประกอบการยังคงต้อง ออกใบกำกับภาษี และสามารถ ขอคืนภาษีซื้อ ได้ตามปกติ เพียงแต่ภาษีขายที่เกิดขึ้นเป็น 0%

 

Non VAT / ยกเว้น VAT

คือ สินค้าหรือบริการที่ กฎหมายกำหนดให้อยู่นอกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีจากผู้ซื้อ และ ผู้ขายไม่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อ ที่จ่ายไปจากการซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อทำกิจกรรมนั้น ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายของกิจกรรมแทน

ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ หรือสินค้า/บริการที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย เช่น การขายพืชผลทางการเกษตร การให้บริการทางการแพทย์ การศึกษา เป็นต้น

  • ผู้ประกอบการ ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี VAT และ ไม่สามารถขอคืนภาษีซื้อ ได้

 

2. เปรียบเทียบความแตกต่าง

3. ผลกระทบที่สำคัญต่อผู้ประกอบการ

กรณี VAT 0%

  • ถึงแม้จะไม่ได้รับเงินภาษีจากผู้ซื้อ แต่เมื่อนำภาษีซื้อมาหักลบแล้ว มักจะเกิด “ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย” ทำให้ผู้ประกอบการมีสิทธิ์ ขอคืนเงินภาษีจากกรมสรรพากร ได้

  • ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือนตามปกติ และต้องออกใบกำกับภาษีโดยระบุอัตราร้อยละ 0 ให้ชัดเจน

 

กรณี Non VAT / ยกเว้น VAT

  • ไม่ต้องเรียกเก็บภาษี และไม่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30

  • แต่ข้อเสียคือ “ภาษีซื้อที่จ่ายไปไม่สามารถขอคืนได้” ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับกิจกรรมที่อยู่ในระบบ VAT ปกติ

  • ไม่มีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษี

 

4. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และข้อแนะนำ

❌ ความเข้าใจผิด : คิดว่า VAT 0% กับ Non VAT เหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดก็ไม่ได้เก็บภาษี

✅ ความจริง : ต่างกันที่สิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อเป็นหัวใจสำคัญ หากเป็น VAT 0% ยังขอคืนได้ แต่ถ้าเป็น Non VAT จะขอคืนไม่ได้เลย

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ

  • ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่า กิจกรรมของท่านเข้าหลักเกณฑ์ VAT 0% หรือได้รับการยกเว้น VAT กันแน่

  • หากเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และมีรายการ VAT 0% ต้องจัดทำเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ในการขอคืนภาษีซื้อ

  • หากยังไม่ถึงเกณฑ์จดทะเบียน VAT ก็จะเป็น Non VAT โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียกเก็บภาษี แต่จำไว้ว่าภาษีซื้อจะขอคืนไม่ได้

 

สรุป

VAT 0% ยังคง อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม — ไม่เก็บภาษีจากผู้ซื้อ แต่ยังมีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อได้

ส่วน Non VAT หรือยกเว้น VAT คือ อยู่นอกระบบ — ไม่ต้องเก็บภาษี และ ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยในชื่อ แต่ผลทางปฏิบัติและสิทธิประโยชน์ต่างกันมาก

ผู้ประกอบการและทีมงานบัญชี จึงควรแยกแยะให้ถูกต้อง เพื่อรักษาสิทธิ์ของกิจกรรม และปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ต่างกันที่สิทธิ์การขอคืนภาษีซื้อ โดย VAT 0% ยังอยู่ในระบบภาษีและขอคืนภาษีซื้อได้ ส่วน Non VAT อยู่นอกระบบภาษีและไม่สามารถขอคืนภาษีซื้อได้
ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี และไม่มีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากไม่ได้อยู่ในระบบ VAT
ไม่สามารถขอคืนเป็นเงินสดได้ แต่ต้องนำไปบันทึกเป็นต้นทุนของสินค้าหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธุรกิจแทน
ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ที่ทำธุรกิจส่งออกสินค้าหรือบริการ การขายสินค้าให้หน่วยงานต่างประเทศ หรือกิจกรรมเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด
A

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี AccPax

ผู้เชี่ยวชาญระบบบัญชี & ภาษี SME

AccPax เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์บนคลาวด์สำหรับธุรกิจ SME ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการภาษี ออกเอกสารซื้อ-ขาย และรายงานการเงินแบบเรียลไทม์ ใช้งานได้ไม่จำกัดผู้ใช้และบริษัท

สรุปการทำงานของ AccPax ทั้งระบบ

รวมครบฟังก์ชันการทำงานที่เชื่อมโยงระบบการซื้อ-ขาย บันทึกบัญชี และภาษีอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลในทุกแง่มุมแบบ Real-time เพื่อการบริหารงานที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ