หน้าแรก ราคา พาร์ทเนอร์ ติดต่อเรา
ทดลองใช้งานฟรี
บริษัทซื้อรถยนต์กรรมการหรือกรรมการซื้อแล้วให้บริษัทเช่า แบบไหนดีกว่ากัน

บริษัทซื้อรถยนต์กรรมการหรือกรรมการซื้อแล้วให้บริษัทเช่า แบบไหนดีกว่ากัน

27/08/2026
สรุปประเด็นสำคัญ
  • การตัดสินใจเลือกขึ้นอยู่กับ "ราคารถยนต์" และ "ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรรมการ" เป็นหลัก
  • เลือกซื้อในนามบริษัท: เหมาะกับรถยนต์ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท และกรรมการมีฐานภาษีส่วนบุคคลสูง เพื่อเลี่ยงภาระภาษีบุคคลธรรมดาที่เพิ่มขึ้น
  • เลือกกรรมการซื้อแล้วปล่อยเช่า: เหมาะกับรถยนต์หรูราคาสูง (2-5 ล้านบาทขึ้นไป) และกรรมการมีฐานภาษีต่ำ (0% - 10%) ซึ่งจะช่วยสร้างค่าใช้จ่ายให้บริษัทได้สูงกว่าการคิดค่าเสื่อมราคา

การซื้อรถยนต์กรรมการในนามบริษัทหรือให้กรรรมการซื้อแล้วให้บริษัทเช่า

ความคุ้มค่าระหว่างการซื้อรถในนามบริษัทกับการให้กรรมการซื้อแล้วปล่อยเช่า ขึ้นอยู่กับ ราคารถยนต์ และ ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรรมการ เป็นสำคัญ โดยส่วนใหญ่หากรถยนต์ราคาไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือกรรมการมีฐานภาษีส่วนบุคคลสูง การซื้อในนามบริษัทจะประหยัดภาษีโดยรวมได้ดีกว่า

ประเด็นเปรียบเทียบ

1. ซื้อในนามบริษัท

2. กรรมการซื้อแล้วให้บริษัทเช่า

การบันทึกค่าใช้จ่ายบริษัท

หักค่าเสื่อมราคาได้สูงสุดจากมูลค่า 1,000,000 บาท (สูงสุดปีละ 200,000 บาท x 5 ปี)

บันทึกเป็นค่าเช่าได้เต็มจำนวนตามจริง (แนะนำไม่เกิน 36,000 บาท/เดือน ตามเกณฑ์รถนั่ง)

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ไม่มีผลกระทบต่อภาษีส่วนบุคคลของกรรมการ

กรรมการมีรายได้ ม.40(5) ต้องยื่นภาษีปลายปี (เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 30%)

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT)

ไม่มี

บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ทุกครั้งที่จ่ายค่าเช่า

ภาษีซื้อ (VAT)

รถเก๋ง/รถนั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง เป็นภาษีซื้อต้องห้าม (นำไปรวมเป็นต้นทุน/ค่าใช้จ่ายได้)

ไม่เกี่ยวข้อง (บุคคลธรรมดาไม่มี VAT)

ค่าน้ำมันและบำรุงรักษา

บริษัทหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามจริง

บริษัทเบิกจ่ายได้ หากระบุไว้ในสัญญาเช่าชัดเจน

กรรมสิทธิ์และการขายต่อ

เป็นทรัพย์สินบริษัท หากขายต่อต้องเสียภาษี และคำนวณกำไร/ขาดทุนทางบัญชี

เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของกรรมการ ขายต่อได้คล่องตัวกว่า ไม่เกี่ยวกับบริษัท

มุมมองของบริษัท

  • ซื้อในนามบริษัท: เหมาะกับบริษัทที่ต้องการลดหย่อนภาษีนิติบุคคลผ่านค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายประจำ (ค่าน้ำมัน, ประกัน, ซ่อมบำรุง) โดยกระแสเงินสดออกจากบริษัทโดยตรง ไม่ต้องผ่านบุคคล แต่มีข้อจำกัดทางภาษีสำหรับรถเก๋งที่หักค่าเสื่อมได้จากมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาทเท่านั้น

  • กรรมการซื้อแล้วให้บริษัทเช่า: ช่วยให้บริษัทสร้างค่าใช้จ่ายได้สูงกว่า (สูงสุดปีละประมาณ 432,000 บาท) โดยเฉพาะกรณีที่เป็นรถยนต์หรูราคาหลายล้านบาท ซึ่งช่วยลดกำไรสุทธิทางภาษีของบริษัทได้มากกว่าการคิดค่าเสื่อมราคา

มุมมองของกรรมการ

  • ซื้อในนามบริษัท: กรรมการไม่ต้องรับภาระหนี้สินส่วนบุคคล ไม่ต้องมีภาระภาษีเงินได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น เพียงแต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนั้นโดยตรง

  • กรรมการซื้อแล้วให้บริษัทเช่า: กรรมการต้องรับภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากค่าเช่าที่ได้รับ (แม้จะหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 30% และเครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ได้) หากกรรมการมีฐานภาษีส่วนบุคคลเดิมอยู่ที่ 20% - 35% อยู่แล้ว การได้รับค่าเช่าเพิ่มจะทำให้เสียภาษีบุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้นอย่างมากจนอาจไม่คุ้มค่าภาษีนิติบุคคลที่ประหยัดได้

แนวทางการเลือกใช้งาน

  • เลือก "ซื้อในนามบริษัท" เมื่อ: รถยนต์มีราคาใกล้เคียง 1 ล้านบาท (หรือเป็นรถกระบะ/รถตู้เกิน 10 ที่นั่งที่หักค่าเสื่อมได้เต็มจำนวน) และกรรมการมีฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงอยู่แล้ว

  • เลือก "กรรมการซื้อแล้วปล่อยเช่า" เมื่อ: เป็นรถยนต์นั่งราคาสูง (เช่น 2–5 ล้านบาทขึ้นไป) และกรรมการมีฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในระดับต่ำ (0% – 10%) ซึ่งการกระจายรายได้ค่าเช่ามายังบุคคลจะช่วยประหยัดภาษีในภาพรวมของทั้งสองฝ่ายได้มากกว่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

สำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง สามารถหักค่าเสื่อมราคาทางภาษีได้สูงสุดจากมูลค่ารถยนต์ 1,000,000 บาท (เฉลี่ยหักได้สูงสุดปีละ 200,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี)
บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย (WHT) 5% ทุกครั้งที่จ่ายค่าเช่า และกรรมการต้องนำรายได้ค่าเช่านี้ไปยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี โดยสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 30%
แนะนำให้กรรมการซื้อแล้วปล่อยเช่าให้บริษัท (หากกรรมการมีฐานภาษีต่ำ) เนื่องจากบริษัทสามารถบันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวนตามจริง (แนะนำไม่เกิน 36,000 บาท/เดือน) ซึ่งรวมแล้วสูงกว่าการหักค่าเสื่อมราคาที่จำกัดไว้แค่ 1 ล้านบาท
A

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี AccPax

ผู้เชี่ยวชาญระบบบัญชี & ภาษี SME

AccPax เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์บนคลาวด์สำหรับธุรกิจ SME ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการภาษี ออกเอกสารซื้อ-ขาย และรายงานการเงินแบบเรียลไทม์ ใช้งานได้ไม่จำกัดผู้ใช้และบริษัท

สรุปการทำงานของ AccPax ทั้งระบบ

รวมครบฟังก์ชันการทำงานที่เชื่อมโยงระบบการซื้อ-ขาย บันทึกบัญชี และภาษีอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลในทุกแง่มุมแบบ Real-time เพื่อการบริหารงานที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ