FIFO (First-In, First-Out) และ Average (Weighted Average Cost) คือวิธีตัดสต็อกสินค้าเพื่อบันทึกต้นทุนขาย (COGS) และมูลค่าสินค้าคงเหลือปลายงวด เมื่อสินค้าแต่ละล็อตซื้อเข้ามาในราคาที่ไม่เท่ากัน
1. FIFO (เข้าก่อน-ออกก่อน)
หลักการ: สินค้าที่ซื้อเข้ามาก่อนจะถูกบันทึกขายออกไปก่อน สินค้าที่เหลืออยู่จึงสะท้อนราคาของล็อตล่าสุด
สูตร: ตัดต้นทุนตามลำดับราคาทุนจริงของแต่ละล็อตที่เข้ามาก่อน
2. Average (ต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)
หลักการ: รวมมูลค่าสินค้าทั้งหมดแล้วหารด้วยจำนวนชิ้น เพื่อหาต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยเพียงราคาเดียว
สูตร: ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย = มูลค่าสินค้ารวม / จำนวนสินค้าทั้งหมด
ตัวอย่างการคำนวณ
1 ม.ค.: ซื้อสินค้าล็อตที่ 1 จำนวน 10 ชิ้น ราคาชิ้นละ 100 บาท (มูลค่า 1,000 บาท)
5 ม.ค.: ซื้อสินค้าล็อตที่ 2 จำนวน 10 ชิ้น ราคาชิ้นละ 120 บาท (มูลค่า 1,200 บาท)
รวมสินค้าที่มีพร้อมขาย: 20 ชิ้น มูลค่ารวม 2,200 บาท
10 ม.ค.: ขายสินค้าออกไป 12 ชิ้น (เหลือในสต็อก 8 ชิ้น)
คำนวณแบบ FIFO
ต้นทุนขาย (12 ชิ้น):
ล็อต 1 ทั้งหมด: 10 ชิ้น X 100 บาท = 1,000 บาท
ล็อต 2 บางส่วน: 2 ชิ้น X 120 บาท = 240 บาท
รวมต้นทุนขาย = 1,240 บาท
สินค้าคงเหลือ (8 ชิ้น):
ล็อต 2 ที่เหลือ: 8 ชิ้น X 120 บาท = 960 บาท
คำนวณแบบ Average
หาต้นทุนเฉลี่ย: 2,200 บาท / 20 ชิ้น = 110 บาท/ชิ้น
ต้นทุนขาย (12 ชิ้น): 12 ชิ้น X 110 บาท = 1,320 บาท
สินค้าคงเหลือ (8 ชิ้น): 8 ชิ้น X 110 บาท = 880 บาท
ในช่วงที่ต้นทุนราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ วิธี FIFO จะทำให้ตัวเลขต้นทุนขายต่ำและแสดงกำไรสุทธิสูงกว่า ในขณะที่วิธี Average ช่วยลดความผันผวนของกำไรจากราคาสินค้าที่แกว่งตัวในแต่ละงวด
รายการเปรียบเทียบ | FIFO | Average |
ต้นทุนขาย (COGS) | 1,240 บาท (ต่ำกว่า) | 1,320 บาท |
สินค้าคงเหลือปลายงวด | 960 บาท (มูลค่าสูง ใกล้เคียงราคาตลาด) | 880 บาท |
กำไรทางบัญชี (ช่วงของแพงขึ้น) | กำไรสูงกว่า (เพราะต้นทุนขายต่ำ) | กำไรสะท้อนค่ากลาง ไม่ผันผวน |
ความเหมาะสม | สินค้ามีวันหมดอายุ หรือราคามีแนวโน้มขึ้นตลอด | สินค้าเทกอง ปะปนกัน หรือราคาสวิงขึ้นลงบ่อย |