หน้าแรก ราคา พาร์ทเนอร์ ติดต่อเรา
ทดลองใช้งานฟรี
ใช้บริการ SaaS ต่างประเทศ

ใช้บริการ SaaS ต่างประเทศ

20/08/2026
สรุปประเด็นสำคัญ
  • การใช้บริการ SaaS หรือซอฟต์แวร์ต่างประเทศ เช่น Google, Facebook, TikTok ในนามนิติบุคคลไทย นักบัญชีมีหน้าที่สำคัญในการจัดการภาษี 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การนำส่ง VAT 7% ผ่านแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำมาใช้เป็นภาษีซื้อ และการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% (ภ.ง.ด.54) พร้อมตรวจสอบอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี พร้อมบันทึกบัญชีและอัตราแลกเปลี่ยนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

การใช้บริการซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ (SaaS) อย่าง Google, Facebook หรือ TikTok ในนามบริษัท นักบัญชีมีหน้าที่สำคัญในการจัดการภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย เนื่องจากเป็นการจ่ายเงินค่าบริการออกไปนอกราชอาณาจักร โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้ครับ

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

แม้ผู้ให้บริการต่างประเทศจะจดทะเบียนภาษี e-Service ในไทยแล้ว แต่สำหรับ "นิติบุคคล" ที่จดทะเบียน VAT ในไทย หน้าที่ภาษีจะต่างจากบุคคลธรรมดาครับ:

การนำส่ง ภ.พ.36: เมื่อบริษัทจ่ายเงินค่าบริการไปต่างประเทศ บริษัทมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ โดยยื่นแบบ ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์)

การใช้เป็นภาษีซื้อ: ใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากรที่ได้จากการยื่น ภ.พ.36 สามารถนำมาใช้เป็น "ภาษีซื้อ" เพื่อหักออกจากภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ของเดือนที่ได้รับใบเสร็จนั้นได้

ข้อควรระวัง: หากได้รับใบแจ้งหนี้ที่มี VAT 7% ระบุมาแล้ว (ในฐานะ e-Service) บริษัทมักจะไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินจากแพลตฟอร์มนั้นมาใช้เป็นภาษีซื้อโดยตรงได้ แต่ต้องใช้วิธีนำส่ง ภ.พ.36 ด้วยตัวเองเพื่อรับใบเสร็จจากกรมสรรพากรมาใช้แทน

2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)

เมื่อมีการจ่ายเงินค่าบริการไปยังนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย:

การหักภาษี 15% (ภ.ง.ด.54): ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2)-(6) เช่น ค่าสิทธิ (Royalty) หรือค่าบริการทางเทคนิค บริษัทในไทยต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของยอดเงินที่จ่าย

ตรวจสอบอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA): นักบัญชีควรตรวจสอบว่าประเทศต้นทาง (เช่น สิงคโปร์ สำหรับ Google/Facebook) มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทยหรือไม่ เพราะอาจได้รับสิทธิ "ยกเว้น" หรือลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากเข้าเงื่อนไขว่าเป็น "กำไรจากธุรกิจ" (Business Profits) และไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย

3. การบันทึกบัญชีและเอกสารประกอบ

หลักฐานการจ่ายเงิน: ต้องเก็บหลักฐานการชำระเงิน (เช่น Statement ธนาคาร หรือใบเสร็จจากระบบบัตรเครดิต) และใบแจ้งหนี้ (Invoice) จากต่างประเทศไว้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่าย

อัตราแลกเปลี่ยน: ต้องคำนวณยอดเงินจ่ายเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่เกิดรายการหรือวันที่จ่ายเงิน

บันทึกค่าใช้จ่าย: บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายตามประเภทบริการ (เช่น ค่าโฆษณา, ค่าซอฟต์แวร์) และแยกรายการภาษีนำส่งให้ชัดเจนเพื่อการตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) แม้ผู้ให้บริการจะจดทะเบียน e-Service แล้วก็ตามสำหรับนิติบุคคลไทย
ต้องหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 15% ตามแบบ ภ.ง.ด.54 สำหรับการจ่ายค่าบริการทางเทคนิคหรือค่าสิทธิออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับยกเว้นหรือลดอัตราตามอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)
ไม่ได้ นิติบุคคลไทยต้องใช้วิธีนำส่งภาษี ภ.พ.36 ด้วยตนเอง เพื่อนำใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากรมาใช้เป็นภาษีซื้อหักออกจากภาษีขายในแบบ ภ.พ.30
A

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี AccPax

ผู้เชี่ยวชาญระบบบัญชี & ภาษี SME

AccPax เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์บนคลาวด์สำหรับธุรกิจ SME ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการภาษี ออกเอกสารซื้อ-ขาย และรายงานการเงินแบบเรียลไทม์ ใช้งานได้ไม่จำกัดผู้ใช้และบริษัท

สรุปการทำงานของ AccPax ทั้งระบบ

รวมครบฟังก์ชันการทำงานที่เชื่อมโยงระบบการซื้อ-ขาย บันทึกบัญชี และภาษีอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลในทุกแง่มุมแบบ Real-time เพื่อการบริหารงานที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ