หน้าแรก ราคา พาร์ทเนอร์ ติดต่อเรา
ทดลองใช้งานฟรี
OBM, OEM และ ODM คืออะไร? ต่างกันอย่างไร?

OBM, OEM และ ODM คืออะไร? ต่างกันอย่างไร?

16/08/2026
สรุปประเด็นสำคัญ
  • OBM, OEM และ ODM คือรูปแบบการจ้างผลิตสินค้าในโลกธุรกิจที่แตกต่างกัน โดย OEM คือการผลิตตามแบบที่ผู้ว่าจ้างกำหนดทั้งหมด, ODM คือการเลือกสินค้าสำเร็จรูปจากโรงงานแล้วนำมาปรับแต่งเล็กน้อย และ OBM คือการเป็นเจ้าของแบรนด์ ควบคุมและผลิตสินค้าเองทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ การเลือกรูปแบบขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เงินทุน และความรวดเร็วในการเปิดแบรนด์

1. OEM (Original Equipment Manufacturer) – รับผลิตตามแบบที่ผู้ว่าจ้างให้มา

ผู้ผลิตที่รับทำสินค้า ตามแบบ สเปก และรายละเอียดที่ลูกค้ากำหนดทุกประการ เหมือนเป็น "โรงงานรับจ้างผลิต" ที่ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

สิ่งที่โรงงานทำ

o  มีหน้าที่แค่ผลิตตามแบบที่ได้รับเท่านั้น ไม่ออกแบบ ไม่คิดสูตรเอง

สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ทำ

o  ดูแลทุกอย่างตั้งแต่คิดค้นสินค้า ออกแบบ ทดสอบ จนถึงการตลาด

ตัวอย่าง

o  บริษัท แอปเปิ้ล ออกแบบไอโฟพร้อมกำหนดรายละเอียด  แล้วส่งให้โรงงานในจีนรับจ้างประกอบชิ้นส่วนและผลิตเสร็จสิ้น หรือร้านกาแฟที่คิดสูตรกาแฟสำเร็จเอง แล้วส่งโรงงานบรรจุกระป๋องตามแบบที่ออกแบบเอง

เหมาะสำหรับ

o  คนที่มีไอเดียและแบบสินค้าชัดเจน ต้องการควบคุมคุณภาพทุกจุด

 

2. ODM (Original Design Manufacturer) – มีแบบให้เลือก ปรับแต่งได้

ผู้ผลิตที่ ออกแบบและสร้างสินค้าต้นแบบไว้แล้ว มีแบบสำเร็จหลายแบบให้เลือก จากนั้นลูกค้าแค่เลือกแบบที่ชอบ แล้วปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนสี เปลี่ยนโลโก้ ปรับวัสดุเล็กน้อย ก็สามารถนำไปขายภายใต้แบรนด์ตัวเองได้

สิ่งที่โรงงานทำ

o  คิดค้น ออกแบบ และเตรียมการผลิตไว้ล่วงหน้า

สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ทำ

o  เลือกสินค้า ปรับรายละเอียดเล็กน้อย และทำการตลาด

ตัวอย่างร้าน

o  เครื่องสำอางที่อยากเปิดแบรนด์ตัวเอง เลือกสูตรครีมที่โรงงานเตรียมไว้แล้ว เปลี่ยนแค่กล่องบรรจุและติดโลโก้แบรนด์ตัวเอง หรือร้านเคสโทรศัพท์ที่สั่งทำเคสรูปแบบทั่วไปจากโรงงาน แล้วแค่สั่งปั๊มลายที่ต้องการ

เหมาะสำหรับ

o  คนที่อยากเปิดแบรนด์เร็ว ไม่อยากเสียเวลาคิดค้นสินค้าใหม่ ต้นทุนต่ำกว่า OEM มาก

 

3. OBM (Original Brand Manufacturer) – เจ้าของแบรนด์เต็มตัว

ธุรกิจที่ เป็นเจ้าของแบรนด์ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่คิดค้นสินค้า ออกแบบ ผลิตเองหรือจ้างคนอื่นผลิต รวมถึงดูแลการตลาด การขาย และชื่อเสียงของแบรนด์ด้วยตัวเองทั้งหมด

สิ่งที่ทำ

o  ควบคุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนถึงมือลูกค้า

ตัวอย่าง

o  แบรนด์โอปโป้ แบรนด์มาม่า หรือแบรนด์ S&P ที่มีโรงงานของตัวเอง คิดสูตรเอง ผลิตเอง ขายเองทุกช่องทาง

เหมาะสำหรับ

o  คนที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้เป็นของตนเองอย่างเต็มตัว มีเป้าหมายยาวนาน และต้องการครอบครองชื่อเสียงทั้งหมด

เปรียบเทียบความแตกต่างของทั้ง 3 ประเภท

ประเภท

ใครออกแบบสินค้า?

ใครเป็นเจ้าของแบบ?

ใช้เวลาเปิดแบรนด์

ต้นทุนเริ่มต้น

OEM

เจ้าของแบรนด์

เจ้าของแบรนด์

นานที่สุด

สูง

ODM

โรงงานผู้ผลิต

โรงงานผู้ผลิต

เร็วที่สุด

ปานกลาง/ต่ำ

OBM

เจ้าของแบรนด์

เจ้าของแบรนด์

ปานกลางถึงนาน

สูงที่สุด

สรุป

  • ถ้าคุณมีแบบสินค้าในใจแล้ว อยากควบคุมทุกอย่าง เลือก OEM

  • ถ้าอยากเปิดแบรนด์เร็ว ประหยัดต้นทุน เลือก ODM

  • ถ้าอยากสร้างแบรนด์ให้เป็นชื่อเสียงของตนเองอย่างเต็มตัว เลือก OBM

 

ไม่มีแบบไหนดีกว่ากัน ทุกแบบเหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณที่ต่างกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

OEM เป็นการผลิตสินค้าตามแบบและสเปกที่เจ้าของแบรนด์ออกแบบเองทั้งหมด ส่วน ODM เป็นการเลือกใช้สินค้าต้นแบบที่โรงงานออกแบบไว้แล้ว แล้วนำมาปรับแต่งเล็กน้อย เช่น ติดโลโก้หรือเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง
ขึ้นอยู่กับความพร้อมและเป้าหมาย หากมีแบบสินค้าชัดเจนและต้องการควบคุมคุณภาพเองควรเลือก OEM, หากต้องการเปิดแบรนด์เร็วและต้นทุนต่ำควรเลือก ODM และหากต้องการสร้างแบรนด์ระยะยาวและมีโรงงานหรือระบบของตัวเองควรเลือก OBM
OBM เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้เป็นของตนเองอย่างเต็มตัว มีเป้าหมายธุรกิจระยะยาว และต้องการควบคุมทุกขั้นตอนตั้งแต่คิดค้น ผลิต จนถึงการจัดจำหน่ายด้วยตัวเอง
A

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี AccPax

ผู้เชี่ยวชาญระบบบัญชี & ภาษี SME

AccPax เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์บนคลาวด์สำหรับธุรกิจ SME ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการภาษี ออกเอกสารซื้อ-ขาย และรายงานการเงินแบบเรียลไทม์ ใช้งานได้ไม่จำกัดผู้ใช้และบริษัท

สรุปการทำงานของ AccPax ทั้งระบบ

รวมครบฟังก์ชันการทำงานที่เชื่อมโยงระบบการซื้อ-ขาย บันทึกบัญชี และภาษีอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลในทุกแง่มุมแบบ Real-time เพื่อการบริหารงานที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ