1. OEM (Original Equipment Manufacturer) – รับผลิตตามแบบที่ผู้ว่าจ้างให้มา
ผู้ผลิตที่รับทำสินค้า ตามแบบ สเปก และรายละเอียดที่ลูกค้ากำหนดทุกประการ เหมือนเป็น "โรงงานรับจ้างผลิต" ที่ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
สิ่งที่โรงงานทำ
o มีหน้าที่แค่ผลิตตามแบบที่ได้รับเท่านั้น ไม่ออกแบบ ไม่คิดสูตรเอง
สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ทำ
o ดูแลทุกอย่างตั้งแต่คิดค้นสินค้า ออกแบบ ทดสอบ จนถึงการตลาด
ตัวอย่าง
o บริษัท แอปเปิ้ล ออกแบบไอโฟพร้อมกำหนดรายละเอียด แล้วส่งให้โรงงานในจีนรับจ้างประกอบชิ้นส่วนและผลิตเสร็จสิ้น หรือร้านกาแฟที่คิดสูตรกาแฟสำเร็จเอง แล้วส่งโรงงานบรรจุกระป๋องตามแบบที่ออกแบบเอง
เหมาะสำหรับ
o คนที่มีไอเดียและแบบสินค้าชัดเจน ต้องการควบคุมคุณภาพทุกจุด
2. ODM (Original Design Manufacturer) – มีแบบให้เลือก ปรับแต่งได้
ผู้ผลิตที่ ออกแบบและสร้างสินค้าต้นแบบไว้แล้ว มีแบบสำเร็จหลายแบบให้เลือก จากนั้นลูกค้าแค่เลือกแบบที่ชอบ แล้วปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนสี เปลี่ยนโลโก้ ปรับวัสดุเล็กน้อย ก็สามารถนำไปขายภายใต้แบรนด์ตัวเองได้
สิ่งที่โรงงานทำ
o คิดค้น ออกแบบ และเตรียมการผลิตไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ทำ
o เลือกสินค้า ปรับรายละเอียดเล็กน้อย และทำการตลาด
ตัวอย่างร้าน
o เครื่องสำอางที่อยากเปิดแบรนด์ตัวเอง เลือกสูตรครีมที่โรงงานเตรียมไว้แล้ว เปลี่ยนแค่กล่องบรรจุและติดโลโก้แบรนด์ตัวเอง หรือร้านเคสโทรศัพท์ที่สั่งทำเคสรูปแบบทั่วไปจากโรงงาน แล้วแค่สั่งปั๊มลายที่ต้องการ
เหมาะสำหรับ
o คนที่อยากเปิดแบรนด์เร็ว ไม่อยากเสียเวลาคิดค้นสินค้าใหม่ ต้นทุนต่ำกว่า OEM มาก
3. OBM (Original Brand Manufacturer) – เจ้าของแบรนด์เต็มตัว
ธุรกิจที่ เป็นเจ้าของแบรนด์ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่คิดค้นสินค้า ออกแบบ ผลิตเองหรือจ้างคนอื่นผลิต รวมถึงดูแลการตลาด การขาย และชื่อเสียงของแบรนด์ด้วยตัวเองทั้งหมด
สิ่งที่ทำ
o ควบคุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนถึงมือลูกค้า
ตัวอย่าง
o แบรนด์โอปโป้ แบรนด์มาม่า หรือแบรนด์ S&P ที่มีโรงงานของตัวเอง คิดสูตรเอง ผลิตเอง ขายเองทุกช่องทาง
เหมาะสำหรับ
o คนที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้เป็นของตนเองอย่างเต็มตัว มีเป้าหมายยาวนาน และต้องการครอบครองชื่อเสียงทั้งหมด
เปรียบเทียบความแตกต่างของทั้ง 3 ประเภท
ประเภท | ใครออกแบบสินค้า? | ใครเป็นเจ้าของแบบ? | ใช้เวลาเปิดแบรนด์ | ต้นทุนเริ่มต้น |
OEM | เจ้าของแบรนด์ | เจ้าของแบรนด์ | นานที่สุด | สูง |
ODM | โรงงานผู้ผลิต | โรงงานผู้ผลิต | เร็วที่สุด | ปานกลาง/ต่ำ |
OBM | เจ้าของแบรนด์ | เจ้าของแบรนด์ | ปานกลางถึงนาน | สูงที่สุด |
สรุป
ถ้าคุณมีแบบสินค้าในใจแล้ว อยากควบคุมทุกอย่าง เลือก OEM
ถ้าอยากเปิดแบรนด์เร็ว ประหยัดต้นทุน เลือก ODM
ถ้าอยากสร้างแบรนด์ให้เป็นชื่อเสียงของตนเองอย่างเต็มตัว เลือก OBM
ไม่มีแบบไหนดีกว่ากัน ทุกแบบเหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณที่ต่างกัน