หน้าแรก ราคา พาร์ทเนอร์ ติดต่อเรา
ทดลองใช้งานฟรี
ร้านกาแฟมือใหม่

ร้านกาแฟมือใหม่

20/08/2026
สรุปประเด็นสำคัญ
  • ร้านกาแฟรูปแบบบุคคลธรรมดาสามารถทำบัญชีและยื่นภาษีเองได้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่หากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กฎหมายบังคับให้ต้องมีผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี (CPA) เซ็นรับรองงบการเงิน
  • เจ้าของร้านต้องจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับจากวันเปิดร้าน และขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่สะสมอาหารให้ถูกต้อง
  • การทำบัญชีเองทำได้ง่ายๆ โดยแยกบัญชีธนาคารร้านออกจากบัญชีส่วนตัว จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกวัน และเก็บหลักฐานใบเสร็จไว้ทั้งหมด
  • มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง (ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90) และต้องจด VAT ทันทีหากรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ถ้าคุณจดทะเบียนในรูปแบบ "นิติบุคคล" (เช่น บริษัทจำกัด หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด) กฎหมายของไทยจะบังคับให้ต้องมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนและมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เซ็นรับรองงบการเงินทุกปี ซึ่งในกรณีนี้คุณจะไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมดและจะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตามมาค่ะ

หากคุณเริ่มต้นในรูปแบบ บุคคลธรรมดา นี่คือสิ่งสำคัญที่คุณสามารถจัดการเองได้เพื่อประหยัดต้นทุนค่ะ:

1. การจดทะเบียนและขออนุญาต

  • จดทะเบียนพาณิชย์: เมื่อร้านเปิดดำเนินการแล้ว คุณมีหน้าที่ต้องไปจดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขต หรือเทศบาล/อบต. ในพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่ ภายใน 30 วัน

  • ขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง: ร้านกาแฟมักจะต้องขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่สะสมอาหาร และหากมีการเปิดเพลงในร้าน อาจต้องดูแลเรื่องลิขสิทธิ์เพลงด้วยค่ะ

2. การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย (บัญชีเงินสด)

  • แยกกระเป๋าเงิน: แนะนำให้เปิดบัญชีธนาคารสำหรับร้านกาแฟแยกออกจากบัญชีส่วนตัวโดยเด็ดขาด เพื่อให้เห็นกระแสเงินสดชัดเจน

  • จดบันทึกทุกวัน: ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมบัญชีราคาแพง คุณสามารถใช้สมุดจด หรือแอปพลิเคชันอย่าง Excel/Google Sheets บันทึกรายรับและรายจ่ายประจำวัน

  • เก็บเอกสารให้ครบ: เก็บใบเสร็จรับเงิน บิลค่าวัตถุดิบ (เมล็ดกาแฟ นม แก้ว) ค่าเช่า และบิลค่าน้ำค่าไฟ ไว้เป็นหลักฐานเสมอ

3. การจัดการภาษีเงินได้ (บุคคลธรรมดา)

รายได้จากร้านกาแฟจัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) คุณจะต้องยื่นภาษี 2 ครั้งต่อปี:

  • ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94): นำรายได้ช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. มายื่นภายในเดือน ก.ย.

  • ภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90): นำรายได้ทั้งปีมายื่นภายในเดือน มี.ค. ของปีถัดไป

  • การหักค่าใช้จ่าย: คุณสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบ "เหมา" (กฎหมายให้ที่ 60%) หรือแบบ "ตามจริง" (ต้องมีใบเสร็จ/บิลที่ถูกต้องครบถ้วนพิสูจน์ได้)

4. ภาษีอื่นๆ ที่ต้องระวัง

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): หากร้านกาแฟของคุณขายดีจนมีรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณมีหน้าที่บังคับตามกฎหมายที่ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ซึ่งส่วนนี้จะเริ่มมีความซับซ้อนเรื่องการออกใบกำกับภาษีและการนำส่งภาษีทุกเดือนค่ะ

  • ภาษีป้าย: หากมีการแขวนป้ายหน้าร้าน คุณจะต้องเสียภาษีป้ายเป็นรายปีตามขนาดและภาษาที่ใช้บนป้าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ณ สำนักงานเขต หรือเทศบาล/อบต. ในพื้นที่ภายใน 30 วันนับจากวันเปิดร้าน และต้องขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่สะสมอาหาร รวมถึงลิขสิทธิ์เพลงหากมีการเปิดเพลงในร้าน
หากเป็นร้านค้าบุคคลธรรมดาสามารถทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายและยื่นภาษีเองได้ แต่หากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จะไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมดเพราะกฎหมายบังคับให้ต้องมีผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเซ็นรับรอง
สำหรับบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ภายในเดือนกันยายน และภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป
หากร้านกาแฟมีรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์
A

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี AccPax

ผู้เชี่ยวชาญระบบบัญชี & ภาษี SME

AccPax เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์บนคลาวด์สำหรับธุรกิจ SME ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการภาษี ออกเอกสารซื้อ-ขาย และรายงานการเงินแบบเรียลไทม์ ใช้งานได้ไม่จำกัดผู้ใช้และบริษัท

สรุปการทำงานของ AccPax ทั้งระบบ

รวมครบฟังก์ชันการทำงานที่เชื่อมโยงระบบการซื้อ-ขาย บันทึกบัญชี และภาษีอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลในทุกแง่มุมแบบ Real-time เพื่อการบริหารงานที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ